Lancer EX ก่อนออกตลาด

posted on 27 Oct 2009 21:00 by spark02 in Cars

Mitsubishi Lancer โฉมใหม่ที่มีชื่อรุ่นว่า EX หลังจากได้มีการโฆษณา และมีการเปิดให้ทดลองขับ ซึ่งผมก็ได้สมัครสมาชิกไว้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมทดลองขับรถคันนี้ แต่ผมไม่ได้ขับหรอกครับ ให้เพื่อนขับแทนแล้วผมนั่งข้าง ๆ =w= เพราะคนที่ขับได้ต้องมีใบขับขี่ครับ ซึ่งผมไม่มีเพราะยังไม่มีรถใช้นั่นเอง  แต่ได้นั่งรถก่อนวางขายนี่ก็พอใจแล้วครับ กับรถที่ไฝ่ฝันอยากจะซื้อ รอมานานละรุ่นนี้ แต่ไม่มีตังซื้อ

 

จากที่ได้ทดลองนั่ง ซึ่งรุ่นที่ผมนั่งนั้นเป็นรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 MIVEC GT ครับ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นตัว Top สุดของ Lancer EX เลย ก็เซลแมนประจำบูทเค้าแนะนำว่าไหน ๆ ได้ลองนั่งแล้ว นั่งตัวดี ๆ ไปเลย อืม... ก็คงเหมือนซื้อรถเลยแหละมั้งครับ ภายในรถดูหรูหราออกแบบชุดคอนโซลหน้าได้ Nano ดีครับ  เพื่อนผมบอกพวงมาลัยนิ่งมาก ๆ แล้วเบามือด้วย การเลี้ยวโค้งไม่ค่อยมีแรงเหวี่ยงเลยครับ ระบบโช๊คอัพคงจะดีแต่ไม่รู้ว่าเป็นระบบแบบไหน ผมเองก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องรถยนต์เท่าไร ความสามารถในการเลี้ยวโค้งของ Lancer EX รุ่นนี้จะอยู่ที่ 5 เมตรครับ ถือว่าเป็นมุมที่แคบพอควรเลย  ส่วนเกียร์ก็เป็นแบบทริปทรอนิกส์ครับ ตอนเข้าเกียร์มีเสียงครึก ๆ ได้อารมณ์เหมือนการแข่งรถเลยครับ วิทยุเครื่องเสียงก็อยู่ในระดับที่ดีมาก  มีปุ่มปรับเพิ่มเสียง และปรับจูนหาคลื่น FM AM ที่พวงมาลัยเลยครับทำให้ง่ายต่อการปรับเพลงจริง ๆ

 

หน้าปัดมาตรวัดความเร็วและรอบเครื่องที่เห็นในรูปอาจจะดูธรรมดานะครับ แต่ถ้าเปิดไฟหน้าแล้ว จะมีแสงเรืองสีฟ้าอ่อนตรงตัวเลขด้วยนะครับ วิ่งกลางคืนจะดูสะดุดตาเลยทีเดียว  ส่วนรูปตัวหนังสือดิจิตอลที่อยู่ตรงกลางนั้นเป็นตัวบอกระดับความร้อนและน้ำมัน ไม่เพียงแค่นั้นครับ ยังมีตัวบอกด้วยว่าน้ำมันในระดับเท่านี้เราสามารถวิ่งได้อีกกี่กิโลถึงจะหมด  ซึ่งระบบตัวนี้จะคำนวณการสูบฉีดน้ำมันกับความเร็วที่เราวิ่งแล้วบอกเป้นระยะทางครับ และแน่นอนครับตามหลักเลย ถ้าเราขับเร็วจะกินน้ำมันมาก  มันบ่งบอกได้ชัดเลยครับ  เมื่อเพื่อนผมลองขับที่ 140 km./hr. ระยะนั้นลดลงมาเลยครับ

ครับนั่นก็เป็นระบบต่าง ๆ ที่ผมได้เห็นมาซึ่งเป็นส่วนดีทั้งหมดที่มีประโยชน์ดี  แต่ผมก็ยังหาที่ติได้แหละครับ นั่นคือ  ระบบกลไกล็อคความเร็วครับ  ก็คือมันจะมีปุ่ม  Set Limit  คือถ้าเราจะขับที่ 90 km./hr. ตลอดเวลาก็ให้เราเร่งรถจนเข็มวัดความเร็วชี้ที่ 90 แล้วกด Set Limit เท่านี้เราก็ไม่ต้องเอาเท้าเหยียบคันเร่งเลยครับ รถจะวิ่งให้ 90 ตลอดทาง ทำให้คนขับจะปล่อยขาหรือจะนั่งขัดสมาธิขับก็ยังได้ พร้อมกับพวงมาลัยที่นิ่งมีการทรงตัวได้ดีเยี่ยมแบบนี้ คนขับลุกไปนั่งหลังให้รถขับเองยังได้เลยครับ ซึ่งถือว่าระบบนี้อันตรายและเกินความจำเป็นมากทีเดียว เพราะมันทำให้คนขับสบายเกินไปทำให้หลับในได้ง่ายครับ  แล้วยังมีปุ่มเปิดปิดไฟเลี้ยว 2 ปุ่มอีก ปุ่มที่ 2 เอาไว้เปิดตอนกลางคืนครับเพราะจะทำให้ไฟเลี้ยวติด 2 ดวงทำให้เห็นชัดขึ้น  เอ้อ...แล้วแบบนี้จะทำ 2 ปุ่มไว้ทำไมอ่ะเอาให้เห็นชัดทีเดียวทั้งกลางวันกลางคืนไม่ดีเหรอ  แบบนี้ต้องเอาสายมาต่อรวมกันให้หมด จะปิดเปิดปุ่มไหนก็ติดทั้ง 2 ดวงหมด  จากรูปด้านบนเป็นไฟท้ายหลายคนคงจะรู้ลักษณะรูปลักษณ์แบบนี้เหมือนยี่ห้อ Alfa Romeo เลยครับ ซึ่งลอกแบบมาแท้ ๆ แต่ก็เท่ห์ดีครับ

ราคารถน่ะเหรอครับ แพงพอควรเลยทีเดียวจนเกินความสามารถในการซื้อผมเลยทีเดียว

1.8 MIVEC GLX           ราคา       831,000    บาท

1.8 MIVEC GLS           ราคา       886,000    บาท

1.8 MIVEC GLS-Ltd.    ราคา       899,000    บาท

2.0 MIVEC GT             ราคา    1,034,000    บาท

 

ไม่ไหว ๆ แบบนี้คงจะหันไปถอย VIOS  หรือไม่ก็  CITY  เอาเก๋งเมืองดีกว่า 

 

 

edit @ 28 Oct 2009 21:03:05 by Spark02

Tags: car 0 Comments

Comment

Comment:

Tweet